5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย
Share: facebook_share 5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย line_share 5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย twitter_share 5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย messenger_share 5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย

5 ความเชื่อผิด ๆ ในการออกกำลังกาย


การออกกำลังกาย เป็นการกระทำให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมาย เพียงแค่วันละ 30 – 45 นาที ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ แต่ถ้ามีความเข้าใจเรื่องออกกำลังกายผิด ๆ ที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ ไม่ว่าจะออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็ไม่ได้รับผลดีตอบกลับมา ดังต่อไปนี้

 

1. การอดอาหารยิ่งทำให้ผอมเร็ว

 

                  ร่างกายของคนเรานั้น จะมีกลไกที่ฉลาด เมื่อเรา อดอาหา รร่างกายก็จะเข้าสู่เซฟโหมด และพยายาม เผาผลาญพลังงาน ให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะเก็บพลังงานไว้ให้มีชีวิตรอด พอร่างกายหยุดเผาผลาญ ระบบเผาผลาญ ก็จะพังทำให้เผาผลาญได้ ไม่ดีเท่าเดิม จะทำให้เรา ยิ่งมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มง่าย และเร็วขึ้นกว่าเก่า ถ้าอยากผอม ห้ามอดอาหารเด็ดขาด เลือกรับประทานให้ถูกต้อง และออกกำลังกายเอาดีกว่า

 

2. ยกน้ำหนัก จะทำให้ล่ำ

 

เชื่อเลยว่าสาว ๆ หลายคน คิดแบบนี้ แล้วพยายามเลี่ยงการยกน้ำหนัก แต่สาว ๆ คงจะลืมนึกกันไปว่า การยกน้ำหนักแบบง่าย ๆ นั้นช่วยให้ ลดไขมัน ได้อย่างรวดเร็ว การยกน้ำหนัก จะทำให้มีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้น จึงส่งผลให้มีการเผาผลาญที่ดีขึ้น สำหรับสาว ๆ ที่กังวลว่า ยกน้ำหนักแล้วจะล่ำนั้น ต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่ เพราะกล้ามเนื้อผู้หญิง ไม่ได้ถูกสร้างมา เหมือนผู้ชาย จะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ที่จะได้กล้ามที่ใหญ่โตขนาดนั้น จะเห็นได้ว่าการเล่นเวทนั้น มีแต่ได้กับได้ แต่ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง หากไม่มั่นใจควรศึกษา หรือถามผู้รู้ให้แน่ใจก่อน

 

3. การออกกำลังกาย จะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทุกทุกโรค

 

ความเชื่อแบบนี้ เป้นความเชื่อที่ผิดมาก ถึงแม้ว่า การออกกำลังกาย จะช่วยให้สุขภาพดี แต่ถ้าหากว่ามีโรคประจำตัวอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคหอบ หรือโรคเกี่ยวกับ กระดูก ก็ควรที่จะ ได้รับคำแนะนำ จากแพทย์ ก่อนที่จะออกกำลังกาย เพราะถ้าออกกำลังกาย ไม่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้ อาการทรุดหนักได้ แต่ถ้าหายคุณมีอาการเจ็บป่วย ก็ยังต้องไปหาหมออยู่นะ ส่วนการออกกำลังกายนั้น เป็นตัวช่วยที่ช่วย ให้คุณแข็งแรงขึ้นเท่านั้น

 

4. ออกกำลังกายแล้วจะกินอะไรก็ได้

 

การที่คุณคิดว่าคุณกินนั่น กินนี่ ที่มีไขมันเยอะ อย่างพวก Fast Food แล้วจะชดเชยความผิดนี้ด้วยการออกกำลังกาย คุณอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง เพราะการกินอาหารที่ได้ดีต่อสุขภาพเข้าไปบ่อย ๆ นอกจากจะทำให้มีไขมันสะสมในร่างกายแล้ว อาจทำให้คุณป่วยได้ด้วย การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่เพียงเท่านั้น หากคุณเลือกกินอาหารที่มีคุณภาพดี คุณจะได้พลังงานที่ดี และประโยชน์จากการออกกำลังกายเกือบเต็มที่

 

5. ไม่เจ็บ ไม่ปวด เท่ากับ ไม่ได้ออกกำลังกาย

 

ถ้าหาก ออกกำลังกายแล้ว รู้สึกเจ็บหรือปวดมาก นั้นหมายความว่า คุณอาจกำลังทำอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้วเกิดอาการเจ็บปวดก็ได้ ซึ่งอาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกายครั้งแรกก็สามารถพบได้ทั่วไป แต่หากอาการปวดเป็นอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าคุณอาจกำลังหักโหมมากเกินไป ซึ่งอาการปวดที่ว่า คือ อาการปวด เจ็บ ตึง กดเจ็บ หรือบวม เคลื่อนไหวลำบาก จะเจ็บตอนเคลื่อนไหวร่างกาย แต่อยู่เฉย ๆ จะไม่รู้สึกอะไร อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ( Delayed onset muscle soreness ) จะเริ่มมีอาการปวดตั้งแต่ 12 - 48 ชั่วโมง หลังการออกกำลังกาย แต่ปวดมากสุดช่วง 48 - 72 ชั่วโมง แล้วอาการปวดต่าง ๆ จะลดลงจนหายไป เป็นผลมาจากการอักเสบ และการฉีดขาดของเนื้อเยื่ออิลาสติก ( Elastic tissue ) รอบ ๆ เส้นใยกล้ามเนื้อ ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดี และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงควรรอให้อาการบาดเจ็บลดลงก่อน (หลัง 72 ชั่วโมง) ไม่เช่นนั้นคุณอาจบาดเจ็บแทนได้

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก kleens อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ


Tag :


บทความที่แนะนำ