6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน
Share: facebook_share 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน line_share 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน twitter_share 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน messenger_share 6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน

6 พฤติกรรมที่ทำให้คุณสูญเสียกล้ามเนื้อแทนที่จะเป็นไขมัน


หลักในการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง  คือ การรับประทาน แคลอรี่เข้าไป น้อยกว่า ปริมาณที่ถูกเผาผลาญ แต่ถ้าคุณไม่ระวังก็อาจเกิดผลเสียได้ เนื่องจาก การลดน้ำหนัก มักจะกำจัดออกไป ทั้งไขมัน และกล้ามเนื้อปะปนกัน โชคดี ที่เรายังมี วิธีลด การสูญเสียกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตาม คุณควร หลีกเลี่ยงพฤติกรรม ที่ทำให้สูญเสีย กล้ามเนื้อดังต่อไปนี้

 

1. ได้รับแคลอรี่ ไม่เพียงพอ

 

การรับประทาน อาหารที่มีแคลอรี่ น้อยกว่า การเผาผลาญพลังงาน จะทำให้ ร่างกายเข้าสู่ ภาวะอดอาหาร ซึ่งจะเผาผลาญ ทั้งไขมัน และกล้ามเนื้อ จุดประสงค์หลักของร่างกาย คือ การทำให้ คุณอยู่รอด ดังนั้น มันจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณ มีพลังงานเพียงพอ สำหรับ การทำงาน ขั้นพื้นฐาน หากคุณ ได้รับแคลอรี่ ไม่เพียงพอร่างกาย จะดึงคาร์โบไฮเดรต ( ไกลโคเจน ) ไขมัน และโปรตีน จากกล้ามเนื้อ ซึ่งปริมาณแคลอรี่ จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว ปัจจุบันของคุณ แต่ไม่มีใคร ควรมีปริมาณแคลอรี่ ต่ำกว่า 1,000

 

วิธีแก้ : เพื่อเพิ่มการสูญเสียไขมัน และลดการสูญเสีย กล้ามเนื้อ คุณควร ลดปริมาณแคลอรี่ ตั้งแต่ 500 - 1,000 แคลอรี่ จากการรับประทานอาหาร ในแต่ละวัน ครึ่งหนึ่ง จากการลดแคลอรี่ และครึ่งหนึ่ง จากการออกกำลังกาย

 

2. ขาดโปรตีน

 

หากคุณได้รับ โปรตีน ไม่เพียงพอร่างกาย ก็จะไม่สามารถ สร้างกล้ามเนื้อได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าคุณลดน้ำหนัก ก็จะสูญเสีย กล้ามเนื้อ มากกว่าปกติ

 

วิธีแก้ : ขอแนะนำโปรตีน 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว หนึ่งกิโลกรัม ( หรือประมาณ 0.7 กรัมต่อปอนด์ ) หากคุณหนัก 120 ปอนด์ ก็ต้องรับประทาน โปรตีน 80 - 90 กรัม ทุกวัน ซึ่งเท่ากับ หนึ่งในสาม ของปริมาณแคลอรี่โดยรวม ในแต่ละวัน หรือโปรตีน 25 กรัมต่อมื้อบวกกับ ของว่างโปรตีนสูง อย่างพวกถั่ว หรือธัญพืชต่าง ๆ

 

3. ไม่ได้ยกน้ำหนัก

 

เมื่อกล้ามเนื้อ ไม่ได้รับ การกระตุ้นร่างกาย ก็จะไม่สร้างมันขึ้นมา หากคุณ รับประทาน อาหารแคลอรี่ต่ำ และไม่ได้ออกกำลังกาย แบบมีแรงต้านกล้ามเนื้อ ก็จะไม่เพิ่มขึ้น แถมยังอาจสูญเสียไปบางส่วนด้วย

 

วิธีแก้ : คุณควรออกกำลังกายโดยการยกน้ำหนักสัก 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่กับ การบริหารร่างกาย แบบเต็มตัว เช่น ท่า Squat ท่า Lunge และท่า pushup เลือกยกน้ำหนักเท่าที่คุณไหวสัก 2-3 เซ็ต ๆ ละ 8 - 12 ครั้ง

 

4. ไม่ได้เติมพลัง หลังออกกำลังกาย

 

การเติมพลังทันที หลังจากที่ออกกำลังกาย มีความสำคัญมากพอ ๆ กับน้ำหนักที่คุณยก หากคุณไม่ได้รับประทานอาหาร หลังจากที่ออกกำลังกาย ก็มีโอกาสสูงว่า ร่างกายจะไม่ได้รับการฟื้นฟู และสุดท้าย ก็จะสูญเสียกล้ามเนื้อ ยิ่งนานเท่าไหร่ กระบวนการซ่อมแซม ก็ยิ่งด้อยประสิทธิภาพลง เท่านั้น

 

วิธีแก้ : หากคุณออกกำลังกาย ในระดับปานกลาง อย่างน้อย 45 นาที คุณควร รับประทาน โปรตีนคุณภาพสูงประมาณ 20 กรัม เช่น โปรตีนเชค หรือโยเกิร์ต ภายใน 15 - 30 นาที

 

5. ฝึกคาร์ดิโอมากเกินไป

 

การฝึกคาร์ดิโอ ( Cardio ) ไม่ได้สร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งต่างจากการ ยกน้ำหนัก แม้ว่า ร่างกายจะเปลี่ยน ไขมันส่วนใหญ่ เป็นพลังงานในการฝึกคาร์ดิโอ แบบเข้มข้นต่ำ เช่น การเดินหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าคุณมี ปริมาณแคลอรี่ ไม่เพียงพอ และวิ่งประมาณ 45 นาที ร่างกายของคุณ ก็จะเปลี่ยนกล้ามเนื้อ เป็นพลังงาน

 

วิธีแก้ : เพื่อหลีกเลี่ยง การสูญเสียกล้ามเนื้อ คุณควรฝึกคาร์ดิโอ แบบเข้มข้นต่ำ เช่น การเดินสัก 3 - 4 วันต่อสัปดาห์ ส่วนคาร์ดิโอ แบบเข้มข้นสูง ก็ใช้เวลา 4 นาที ( ออกกำลังกาย 20 วินาที สลับพัก 10 วินาที ) 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ วิธีนี้ จะช่วยปกป้อง กล้ามเนื้อของคุณ

 

6. นอนหลับไม่เพียงพอ

 

หากคุณอดนอน ฮอร์โมน ก็จะทำงานผิดปกติ ระดับคอร์ติซอล ก็จะสูงขึ้น และทำให้ โอกาสที่จะเก็บสะสมคาร์โบไฮเดรต เป็นไขมันสูงขึ้น ตามไปด้วย และเมื่อคุณเหนื่อย ก็จะไม่สามารถ ออกกำลังกายได้ ร่างกายก็ไม่สามารถ สร้างกล้ามเนื้อ รวมถึง อาจสูญเสียกล้ามเนื้อ บางส่วนไปด้วย

 

วิธีแก้ : อย่าอดนอน พยายามนอนหลับให้ได้ คืนละ 7 - 9 ชั่วโมง

 

          พฤติกรรมข้างต้น อาจทำให้คุณ สูญเสียกล้ามเนื้อ โดยใช้เรื่อง เพราะฉะนั้น หากคุณอยากมีกล้ามเนื้อที่สวยงาม และสมบูรณ์ ควรเปลี่ยนพฤติกรรม ดังกล่าว แล้วหันมาสนใจ การออกกำลังกาย หรือการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อกล้ามเนื้อ ที่แข็งแรงของคุณ

 

 ด้วยความปราถนาดีจาก Kleens อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ


Tag :


บทความที่แนะนำ