5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ
Share: facebook_share  5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ line_share  5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ twitter_share  5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ messenger_share  5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ

5 ผักชื่อแปลก แต่น่าทาน แถม "สารต้านอนุมูลอิสระ" เพียบ


ทุกคนล้วนรู้ดีว่ากินผักแล้วดี เพราะผักอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ กากใยอาหาร และคุณประโยชน์ของผักหลากสี ซึ่งสรรพคุณต่างๆ เหล่านี้ในผัก จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ต่างๆ และควบคุมการไหลเวียนของของเหลวต่างๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรง สดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา 


ปัจจุบันมีพืชผักมากมายนานาชนิดให้เลือกกิน เลือกปรุงอาหาร ตามความชอบและเหตุผลในการดูแลสุขภาพ ขอแนะนำ 5 พืชผักน่ากินที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักหรือลองลิ้มรสมาก่อน ซึ่งขอบอกเลยว่า เจ้าผักทั้ง 5 ชนิดนี้มีสรรพคุณดีต่อร่างกายแบบสุดๆ

 

1. ข้าวโพดราชินีทับทิมสยามอินทรีย์ ข้าวโพดหวานสีแดงพันธุ์แรกของโลกที่คิดค้นสายพันธุ์โดยคนไทย โดดเด่น ด้วยเมล็ดสีแดงสดทั่วทั้งฝัก รสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม สามารถรับประทานสดได้เลยจากต้น ไม่จำเป็นต้องผ่านความร้อน หรือจะนำไปปรุงอาหารด้วยความร้อนก็ได้ ข้าวโพดชนิดนี้มีปริมาณสารแอนโทไซยานินสูงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี

 

2. บีทรูท เป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาว ปลูกกันมากทางภาคเหนือในไทย มีต้นกำเนิดจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน แถบยุโรป โดยสารสีแดงที่ชื่อว่า บีทานินซึ่งเป็นกรดอะมิโนอยู่ในหัวบีทรูท มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยลดการเติบโตของเนื้องอก ทำให้เลือดลมและระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี นอกจากนี้ยังมีสารสีม่วงที่มีชื่อว่า แอนโทไซยานินซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยลดสารก่อมะเร็งและช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและอัมพาตอีกด้วย การดื่มน้ำบีทรูทเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างพละกำลัง ความแข็งแรงและชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้

 

3. ผักสลัดคอส คอสเป็นผักกาดหวานชนิดหนึ่ง นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบในเมนูสลัดหรือแซนด์วิช คอสอุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ทั้งวิตามิน A วิตามิน B1, B2, B3, B5, B6, B9 วิตามิน C วิตามิน E นอกจากนี้ยังมี แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เบต้าแคโรทีน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แมกนีเซียม ไขมัน แมงกานีส คอสช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงในร่างกาย ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง แถมยังมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตเพียง 3% จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วยเพราะมีกากใยค่อนข้างสูง

 

4. ผักจิงจูฉ่าย เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นและกลิ่นหอม ถ้ายิ่งถูกความร้อนก็จะยิ่งหอมจึงนิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี โดยสรรพคุณของสมุนไพรชนิดนี้จะมีน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบไปด้วยสารอะบีอินที่ช่วยปรับสมดุลความดันเลือดในร่างกาย ช่วยขับลมในลำไส้และกระเพาะอาหาร บำรุงปอด บำรุงเลือดลม เหมาะกับคนที่เป็นอาการร้อนในบ่อยๆ รวมถึงสตรีที่มีปัญหาเลือดลมไม่ปกติ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่พบว่าจิงจูฉ่ายช่วยต้านเซลล์มะเร็งอีกด้วย

 

5. ผักเคลอิตาเลียน ผักเคลนั้นอยู่ในตระกูลเดียวกับบร็อคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ คะน้าและแขนง เคลติดอันดับว่าเป็นหนึ่งในซูเปอร์ฟู้ดส์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูงที่สุดในโลก อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ไขมันดีโอเมก้า 3 มีแคลเซียมสูงกว่านมวัวถึง 3 เท่า และมีแคลเซียมสูงกว่าผักโขมถึง 14 เท่า (เมื่อเทียบกันเป็นแคลอรี) มีปริมาณกากใยไฟเบอร์สูง มีวิตามิน A สูงมาก ช่วยบำรุงสายตา ปอด และผิวพรรณให้แลดูสดใส เปล่งปลั่ง

 

บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินพืชผักชนิดเหล่านี้เลยอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถนำมาทำอะไรได้บ้าง แต่เห็นประโยชน์และคุณสมบัติแล้วคงต้องหามาทานแล้ว เพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไปได้เลย

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Kleen อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


บทความที่แนะนำ