อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน
Share: facebook_share อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน line_share อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน twitter_share อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน messenger_share อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน

อาหารคลีน บนพื้นฐานของ 6 ป. เลือกยังไงให้คลีน


1.      ป.ปรุง อาหารทุกมื้อที่กินจะต้องผ่านการปรุงน้อยที่สุด หรือแทบจะไม่ปรุงเลย เป็นการกินอาหารที่มาจากธรรมชาติ การปรุงก็ปรุงแต่น้อย เช่น น้ำตาลก็เลือกใช้น้ำตาลไม่ฟอกสี ใส่ในปริมาณน้อยๆ ลดความเค็ม ความมันในอาหารทุกจาน หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็ม ก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

 

2.      ป.ประเภท กินอาหารให้หลากหลาย กินให้ครบ 5 หมู่ที่ร่างกายต้องการ และกินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแต่ละคน โดยใช้หลักการกินตามธงโภชนาการ กล่าวคือ

 - หมวดข้าวแป้ง ยังคงต้องกิน เพราะเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต ร่างกายต้องการกลูโคส เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงาน เลือกกินข้าวแป้งไม่ขัดสี ธัญพืชให้หลากหลาย โดยแต่ละวันควรกินข้าวแป้ง ธัญพืช ประมาณ 8-12 ทัพพี

 

  - เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน วันละ 6-12 ช้อนโต๊ะ (ไข่ 1 ฟอง = เนื้อสัตว์ 2 ช้อนโต๊ะ) เมื่อกินเข้าไปแล้วจะไปเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย หากกินโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะสลายกล้ามเนื้อมาทดแทน ในระยะยาวจะทำให้กล้ามเนื้อ ฉะนั้นการกินเนื้อสัตว์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย หากไม่กินเนื้อสัตว์สามารถทดแทนเป็นโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้และผลิตภัณฑ์

 

3.      ป.ปลอดภัย กินอาหารที่สุก สะอาด และปลอดภัยจากสารเคมีหรือเชื้อโรค เช่น การกินผักสลัด ควรล้างให้สะอาด โดยเด็ดผักออกมาทีละใบ เพราะสารเคมีและดินจะติดอยู่ตามโคนใบ

 

4.      ป.ปลูก การปลูกผักกินเอง ทำให้มั่นใจได้ว่าผักของเราเป็นผักปลอดสารพิษ สามารถเด็ดกินสดๆ ได้เลย แต่หากไม่สามารถปลูกผักกินเองได้ ก็ควรเลือกกินผักตามฤดูกาล หรือผักพื้นบ้าน

 

 

5.      ป.พลังงานเปล่าเปลือง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม เป็นพลังงานที่ได้จากน้ำตาลเพียงอย่างเดียว ไม่มีสารอาหารอื่นเลย ควรหลีกเลี่ยง

 

6.      ป.ปรับพฤติกรรม โดยการออกกำลังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ พบว่าการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อของร่างกาย จึงควรหาเวลาออกกำลังกายวันละ 30 นาทีขึ้นไป อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก www.thairath.co.th


Tag :


บทความที่แนะนำ