กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด
Share: facebook_share กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด line_share กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด twitter_share กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด messenger_share กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด

กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด


กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด

ถ้าเปรียบร่างกายมนุษย์เป็นรถยนต์ อาหารก็คงจะเป็นน้ำมัน ถ้าน้ำมันดี เหมาะกับรถ รถก็จะเล่นได้ดี เช่นเดียวกับร่างกายคนเรา ถ้าได้รับอาหารที่เหมาะสมก็จะทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือเรื่องของกรุ๊ปเลือดนั้น สัมพันธ์กับอาหารการกินของเราด้วยนะ

 

ในหนังสือชื่อ Eat Right for Your Type ของ Dr.Perer J.Adammo ได้อธิบายไว้ว่า เลือดแต่ละกรุ๊ป มีสารเคมีในเลือดที่ต่างกัน แต่จะมี Antigen เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งในอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนที่เป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติที่เหนียวและจับเกาะติดกับเลือด เรียกว่า เล็คติน ถ้าหากกินอาหารที่มีเล็คตินไม่เหมาะกับเลือดของเรา เล็คตินเหล่านั้นจะไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหาร และความสมดุลของฮอร์โมน ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่า ว่าเลือดแต่ละกรุ๊ปเหมาะกับอาหารอะไรบ้าง

 

เลือดกรุ๊ป A

คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ ส่วนมากจะมีกรดในกระเพาะต่ำ ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ค่อยดี ภูมิคุ้มกัน จึงไม่ค่อยดีตามไปด้วย เรียกได้ว่าแทบจะถูกจัดเข้าไป อยู่ในกลุ่ม มังสวิรัติเลย

อาหารที่เหมาะกับ คนเลือดกรุ๊ปนี้มี เนื้อปลา แต่ควรหลีกเลี่ยง ปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือ ปลาจาระเม็ด เพราะมีเล็คติน ที่จะไปรบกวน ระบบย่อยอาหาร พยายามหลีกเลี่ยง เนื้อสัตว์ชนิดอื่น อาจจะกินได้บางนิดหน่อย ให้เลือกดื่มนมถั่วเหลือง หรือ นมแพะ มากกว่านมวัว อาหารตระกูลถั่ว จะเหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้มาก ไม่ว่าจะเป็น ถั่วลิสง ถั่งเหลือง หรือ เมล็ดฟักทอง กินได้หมดเลย สำหรับคนเลือดกรุ๊ปนี้ เหมาะกับการกินผักมาก ๆ โดยเฉพาะ หอมหัวใหญ่ และ บร็อคโคลี่ เพราะมีสารแอนติออกซิแดนท์สูง ส่วนแครอท ผักโขม ฟักทอง และ กระเทียม จะช่วยกระตุ้น การสร้างภูมิคุ้มกัน

สำหรับผลไม้นั้น สามารถกินได้ เกือบทุกชนิด แต่ควรระวัง แตงโม แคนตาลูป มะม่วง มะละกอ กล้วย และ ส้ม เพราะจะย่อยยาก ควรหลีกเลี่ยง เบียร์ และ น้ำอัดลม สามารถดื่ม ชาสมุนไพร และไวน์แดงได้ เพราะจะไปช่วย เพิ่มกรดในกระเพาะ

 

เลือดกรุ๊ป B

สำหรับคนเลือดกรุ๊ปนี้ เป็นคนที่อ้วนง่าย ส่วนใหญ่คนกรุ๊ปนี้มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับไวรัส ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระบบประสาทไม่ค่อยดี หรือปวดตามข้อบ่อย ๆ

อาหารที่เหมาะกับคนกรุ๊ปเลือดนี้ได้แก่ เนื้อกระต่าย กวาง แกะ ไก่งวง และปลาน้ำลึก เช่น ปลาหิมะ ปลาเนื้อขาว เช่น ปลาจาระเม็ด ปลาตาเดียว ควรหลีกเลี่ยงพวกเนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง เพราะจะรบกวนระบบในร่างกาย สามารถกิน นม เนย ไข่ ได้ในปริมาณที่ปกติ หากกินข้าวกล้องจะดีมาก แต่ควรหลีกเลี้ยง แป้งสาลี ถั่วลิสง และโฮลวีท เพราะจะดีต่อระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้อ้วนง่าย และไม่ดีต่อเลือด ควรกินแป้งสเปลท์ ซึ่งเป็นแป้งที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และไฟเบอร์สูง เลือดกรุ๊ปนี้เหมาะที่จะกินผักใบเขียวทุกชนิด เพราะมีแมกนีเซียมที่ช่วยป้องกันอาการผื่นคัน แต่ถ้าหากอยู่รหว่างการลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยง มะเขือเทศ และข้าวโพด เพราะมีผลต่อระบบเผาผลาญ และการสร้างอินซูลิน

กินผลไม้ได้เกือบทุกชนิด ยกเว้น ทับทิม ลูกพลับ และลูกแพร์ ชาสมุนไพรที่ควรดื่มคือ ชาเขียว ชาเปปเปอร์มิ้นต์ โสม และขิง

 

เลือดกรุ๊ป O

คนเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะสูง สามารถย่อยอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ ได้ดีกว่ากรุ๊ปเลือดอื่น ๆ แต่ระบบการเผาผลาญไม่ค่อยดี ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ไม่ค่อยคงที่ จึงทำให้อ้วนง่าย และอาจมีปัญหาเรื่องเลือดแข็งตัวช้า

สำหรับเลือดกรุ๊ปนี้สามารถกินอะไรก็ได้ตามใจชอบเลย แต่ควรกินในปริมาณที่พอดี แต่ควรหลีกเลี่ยง ผักตระกูลกะหล่ำ เพราะมีผลต่อไทรอยด์ เห็ดหมอและมะกอกดองอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ส่วนมะเขือยาวและมันฝรั่งจะทำให้ปวดข้อ

ผลไม้ก็กินได้แทบจะทุกชนิด ดดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเกรปฟรุ๊ตและผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ยกเว้นราสเบอร์รี่ พยายามเลี่ยง แคนตาลูป สตอเบอร์รี่ มะพร้าว และส้ม เพราะมีกรดสูง อาจทำให้ปวดท้องได้ ควรเลี่ยงที่จะดื่มน้ำอัดลม เบียร์ ชา หรือกาแฟ เพราะจะยิ่งเข้าไปเพิ่มกรดในกระเพาะ

 

เลือดกรุ๊ป AB

สำหรับคนเลือดกรุ๊ปนี้จะมีความเป็นกรุ๊ป A และ B ผสมกัน การกินจึงผสมกันระหว่างสองกรุ๊ปนี้ แต่คนเลือดกรุ๊ปนี้มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่ากรุ๊ปอื่น ๆ ป่วยง่าย และมีกรดในกระเพาะต่ำ

อาหารที่เหมาะกับคนเลือดกรุ๊ปนี้จะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่งเหลือง และเต้าหู้ สามารถกินเนื้อแกะ กวาง กระต่าย และไก่งวงได้นิดหน่อย แต่ไม่ควรกินปลาเนื้อขาว และแซลมอนรมควัน เพราะย่อยยาก และอาจทำให้เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร สามารถกินนม เนย ไข่ ได้ปกติ ข้าวที่ควรกินจะเป็นพวกข้าวโอ๊ด และข้าวไรย์เพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย ควรงดกินถั่วแดง งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และข้าวโพด เพราะจะไปชะลอการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงแบบฉับพลัน สามรถกินผักได้ทุกชนิด

ผลไม้นั้นกินได้แค่บางอย่าง เช่น องุ่น ลูกพลัม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ สับปะรด และส้มโอ เพราะจะช่วยสร้างความสมดุลของกรดในเนื้อเยื่อ ควรหลีกเลี่ยง กล้วย มะม่วง ฝรั่ง และส้ม


Tag :


บทความที่แนะนำ