อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล
Share: facebook_share อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล line_share อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล twitter_share อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล messenger_share อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล

อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล


อาหารคลีน ( Clean Food ) เป็นอาหารที่กำลังมาแรงในหมู่กลุ่มคนที่รักสุขภาพและอาหารคลีนสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านหรือสามารถสั่ง Delivery เป็นกล่องมาส่งตามสถานที่ที่ต้องการ วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับอาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล

 

 อาหารคลีน กินอย่างไรให้ได้ผล

 

1. รับประทาน อาหารคลีน ทุกมื้อ

 

การรับประทาน อาหารคลีน ( Clean Food ) ถ้ารับประทานแค่บางมื้อ อาจจะไม่ได้ส่งผลให้ร่างกายแบบเห็นได้ชัดขนาดนั้น ทางที่ดีถ้ าเราเลือกที่จะ รับประทานอาหารคลีน ( Clean Food ) แล้ว ควรรับประทานให้ได้ทุกมื้อในทุก ๆ วัน เริ่มจากเพิ่ม ผักผลไม้ให้เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ของอาหารในแต่ละมื้อ ทานโปรตีนให้ มากกว่าไขมัน นอกจาก น้ำหนักที่ลดแล้ว ยังจะส่งผลต่อร่างกาย ให้สุขภาพดีขึ้น

 

 2. กินบ่อย ๆ แต่ครั้งละน้อย ๆ

 

การหิวบ่อย ๆ ทำให้คุณสามารถแบ่งมื้ออาหารออกเป็น 5 - 6 มื้อต่อวันแต่เป็นมื้อเล็ก ๆ ทั้งหมด เช่น โยเกิร์ต ผลไม้ สลัด ธัญพืชถ้วยเล็ก ๆ

 

3. ทานโปรตีน และไขมัน ควบคู่กับคาร์โบไฮเดรต

 

อาหารคลีน ( Clean Food ) ไม่ได้แปลว่า จะไม่สามารถรับประทานไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรต ได้เลย เพียงแต่คุณต้องเลือก ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ให้เหมาะสมกับร่างกาย เช่น ไขมันจากปลา หรือ คาร์โบไฮเดรต จากขนมปังโฮลวีต ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้อง และข้าวซ้อมมือ การรับประทานโปรตีน หรือไขมัน ควรรับประทานควบคู่ไปกับ คาร์โบไอเดรต จะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติ อาหารที่มีกากใยสูง ก็ช่วยลดระดับน้ำตาลได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะเป็น ส่วนช่วยป้องกัน โรคเบาหวานได้

 

4. ทำรับประทานเองทีละน้อย ๆ

 

ถึงว่าการสั่ง Delivery จะสะดวก และรวดเร็วทันใจเรา แต่อาจจะมี ปริมาณเกลือ ( โซเดียม )และไขมัน มากกว่าคุณลงมือทำเอง ซึ่งการทานครั้งละน้อย ๆ จะสามารถทำให้คุณสามารถควบคุมปริมาณวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ใส่ลงไปได้

 

เปลี่ยนวิธีรับประทานสุขภาพดี

 

1. รับประทานอาหารให้ตรงเวลา

 

ในชีวิตที่เร่งรีบของผู้คน หลาย ๆ คนมักเลือกที่จะรับประทานอาหารจังค์ฟู้ดที่รับประทานง่าย และสะดวกมากกว่า รับประทาน อาหารที่มีประโยชน์ สิ่งแรก ในการที่คุณอยาก มีสุขภาพที่ดีควรทำ คือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และตรงเวลา เพื่อให้ร่างกายของคุณนั้น สามารถนำสารอาหาร ไปใช้ประโยชน์ ตามเวลาการทำงานกลไกของร่างกาย และยังป้องกัน โรคกระเพาะอาหาร และโรคกรดไหลย้อน อีกด้วย

 

2. ปรุงอาหารน้อย ๆ

 

อาหารที่ปรุงมาอย่างจัดจ้านไม่ได้ดีต่อสุขภาพเสมอไป ในปัจจุบันมีอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายประเภทที่มีรสชาติอร่อย และไม่ต้องปรุงมากมาย โดยอาศัย ความสดและ คุณภาพที่ดีของวัตถุดิบ ซึ่งการลดการปรุงอาหารนั้น ช่วยลดการบวมน้ำที่ เกิดจากการปรุงอาหารรสจัดไปได้ และทำให้การทำงานของไต มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 3. กินหลายอย่างในปริมาณที่พอดี

 

การรับประทานอาหาร ในแต่ละมื้อ ควรมีสารอาหารที่เพียงพอ และครบถ้วนอาหารทั้ง 5 หมู่ เพราะอาหาร บางประเภท ที่มีแต่แป้งและไขมัน จะทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและอาจไปจนถึงโรคขาดสารอาหาร ดังนั้น คุณควรรับประทานอาหา รที่มีประโยชน์ และหลากหลาย ให้ยึดหลักอาหาร 5 หมู่ ทานเนื้อ ผัก แป้ง ไขมัน ให้สมดุลกัน ไม่กินบางสิ่งบางอย่าง ให้มากเกิน ความเหมาะสม ยิ่งถ้าทำอาหารเอง ก็ยิ่งทำให้เราสร้างสมดุลได้ด้วยตัวเราเอง

 

4. เลี่ยงอาหารแปรรูป

 

ในอาหารแปรรูป ส่วนใหญ่แล้ว จะให้สารอาหาร และเส้นใยอาหาร ในปริมาณที่ต่ำ เช่น ไอศกรีม ขนมขบเคี้ยว ฯลฯ ให้แคลอรีสูงเกินกว่าที่ร่างกายต้องการจะใช้ในแต่ละวัน และอาจมีสารปรุงแต่งแฝงมาด้วย เช่น สารกันบูด โซเดียมสูง น้ำตาล ฯลฯ ควรค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็นผลไม้สด หรือธัญพืชมาทานเล่นแทน

 

5.ดื่มน้ำมาก ๆ

 

น้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ สำหรับร่างกาย การดื่มน้ำ 6 - 8 แก้ว เป็นปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี เช่น ระบบขับถ่าย ระบบไหลเวียนเลือด ระบบย่อยอาหาร แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำหวานและน้ำอัดลมเพราะน้ำดื่มประเภทนี้ มักมาพร้อมกับ น้ำตาล และแคลอรีที่สูง หันมาลองดื่มน้ำผลไม้คั้นสด ๆ แทน เพื่อเพิ่มความสดชื่น และวิตามินให้กับร่างกาย

 

      การอยากมีสุขภาพที่ดี ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่าง สม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหาร ในแต่ละมื้อให้ตรงกับ ความต้องการ และความเหมาะสมของร่างกาย ใช้วัตถุดิบที่มั่นใจว่าปลอดภัยและมีคุณภาพแค่นี้ก็สามารถมีสุขภาพที่ดีได้แล้วค่ะ

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก kleen อาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook


Tag :


บทความที่แนะนำ